FicHeartStolen

H.E.A.R.T S.T.O.L.E.N [rewrite]

posted on 17 Sep 2008 22:16 by p-iaaz  in FicHeartStolen

 

 

 

l กด F5 นะคะ

 

 

 

 

Title: H.E.A.R.T  S.T.O.L.E.N  [rewrite]

Type: Short Fiction

Rate: PG-13/Undefined

.

.

.

 

คนหนึ่งล่องลอยไปตามสายลมอ่อนๆของความเหงา

รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ภายใต้อ้อมกอดของคนที่ไว้ใจ

แต่ทั้งที่เป็นอย่างนั้นความเดียวดายที่เขากลัวกลับไม่เคยจางหาย

 

อีกคนอยู่ในโลกมืด ไม่ยี่หร่ะต่อสิ่งใด

ไม่สนใจแม้ผิดชอบชั่วดี

ทำทุกอย่างเพียงเพื่อสนองความพอใจ

 

แม้จะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วอะไร..  คือสิ่งที่เขาต้องการ

 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

"เรื่องแค่นี้ทำไมนายต้องโมโหด้วย อย่างอนเลยน่าซึงรี"

"งอนงั้นเหรอฮะ  ผมไม่ได้งอน  ..แต่ผม - -ไม่รักพี่แล้ว"



ก้มหน้านิ่ง ซ่อนแววตาที่ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยคลื่นน้ำตาแห่งความน้อยใจ ..เมื่อไหร่กัน

ที่พี่จะเห็นผมอยู่ในสายตา เมื่อไหร่กันที่เขาจะไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง?


มีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนร้องไห้ในขณะที่เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของพี่ยังคงดังก้องไปมา

ในกลุ่มคนที่ค่อยๆเดินจากไปต่อหน้าต่อตา - - กลุ่มคนที่จริงๆแล้วเป็นเพื่อนของผมทั้งนั้น!!


"อีซึงฮยอน นายมันโง่แถมยังไม่มีใครสนใจแม้กระทั่งแฟนตัวเอง  ToT ..ฮึ่มมมม"


ร่างเล็กในเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายสีกรมท่ายืนโอนเอนไปมาท่ามกลางฝูงคน

ที่ต่างรีบเร่งเดินสวนกันกลางทางม้าลายในมหานครใหญ่อย่างกรุงโซล -- น้ำตาไหลออกมา

ช้าๆ แต่เขาก็ไม่สนใจที่จะเช็ดมัน 

ผู้คนมากมาย เขาก็เป็นเพียงหนึ่งในผู้คนเหล่านั้น ..แปลกหน้าและโดดเดี่ยว


อีซึงฮยอนอยากกลับบ้าน         


..กลับยังไงล่ะ?ผมยังต้องเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ ยังต้องทำการบ้านวิชาแคลคูลัสสุดโหดส่งพรุ่ง

นี้ก่อนสิบโมงเช้า..เฮ้ออออ


สองมือไพล่หลังแล้วออกวิ่งไปยังป้ายรถเมล์ที่คลาคล่ำไปด้วยบรรดาป้าๆอาๆที่ต่างยืนชะเง้อ

คอคอยอย่างมีความหวัง บ้างอ่านหนังสือพิมพ์ บ้างยืนคุยซุบซิบกัน เด็กในรถเข็นร้องระงม



เขานั่งลงฮัมเพลงเบาๆ ท่ามกลางเสียงหวูดรถและเสียงกระดิ่งกรุ๋งกริ่งจากร้านเซเว่นอีเลเว่น

กระทั่งรถเมล์สีเขียวตุ่นๆคันหนึ่งแล่นเข้ามาเทียบฟุตบาทจนเกิดเสียงดึง ฉุ่งงง~ ราวเสียง

เครื่องจักรไอน้ำพร้อมกับควันจำนวนมหาศาล ..ซึงรีตื่นจากภวังค์ กระโดดขึ้นรถเมล์แล้วหายไป

กับกลุ่มคนที่ยืนแออัดกันภายในรถเพื่อเดินทางกลับแมนชั่น ..บ้านหลังที่สองของนักเรียนที่มา

จากต่างถิ่นอย่างเขา


ซึงรีมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกแล้วคิด


"เราเลิกกันดีกว่า ..เราเลิกกันเถอะ ..ผมอยากเลิกกับพี่ ..ผมเกลียดพี่ ..พี่แทยัง


--ไม่จริงหรอก ผมไม่ได้เกลียดพี่หรอก ผมแค่คิดเล่นๆน่ะ" มาง้อผมหน่อยสิฮะ  Y__Y
 

 

 

 

 

 

 

***

 

 

 

 

 

 

*จียง*


ไอ้เด็กเร่ร่อน
ไอ้อันธพาล
พวกเดนสังคม...


อะไรก็ตามที่พวกนั้นจะสรรหามาใช้"จำกัดความ"คนอย่างผม   ..ก็ถูกแล้วนี่นะ เขามันเป็นอย่าง

นั้นจริงๆ

แววตาเจ้าเล่ห์ภายใต้หมวกผ้าใบใหญ่ที่สวมเอียงๆหรี่ลงอย่างพินิจพิเคราะห์ขณะก้มมองวัตถุสี

ดำแข็งแรงในมือ ..ปืนสั้น.37มิลมิเมตร น้ำหนักเบากำลังดี


เหมาะที่จะใช้ในการ"ปฎิบัติภารกิจ"ของเขาในคืนนี้



มือเรียวยาวยัดปลายกระบอกปืนกลับเข้าไปในกางเกงยีนส์สีเข้ม ออกเดินไปตามตรอกมืดๆ พื้น

รองเท้าหนังย่ำไปบนกองน้ำที่เจิ่งนองอยู่บนถนนลาดยางสีทึบทึม

เขาปีนขึ้นมาตามบันไดหนีไฟที่ส่งเสียงเอี้ยดอ้าดเบาๆ กระโดดจากระเบียงแคบๆอันหนึ่งไปอีกอัน

อย่างชำนิชำนาญจนมาหยุดอยู่ที่ห้องๆหนึ่งที่เขาคิดว่าเป็นสวรรค์ของนักย่องเบา


ร่างสูงหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ มองเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่าปราศจากการเคลื่อนไหวและสิ่งมีชีวิตใดๆ

ข้าวของทุกชิ้นถูกอาบไล้ด้วยแสงสีเหลืองจากไฟที่มาจากถนนเบื้องล่างไม่ว่าจะเป็นแลปท้อปสี

เงินบางสวย ไอพอด ..มีนาฬิกาข้อมือหรูของแท้วางเด่นหราอยู่บนโต๊ะไม้ขัดมันนั่นด้วย


จียงปลดล็อกกลอนหน้าต่างด้วยลวดเบอร์สาม ถอดกล่องสัญญาณเตือนภัยออกจากวอลเปเปอร์

ลายเถาว์องุ่น แล้วจัดแจงยัดของมีค่าที่กวาดจากโต๊ะไม้เรียบๆลงในถุงหนังใบใหญ่



ขณะที่กำลังยักไหล่เลือกของบนชั้นอย่างใจเย็น เสียงทุบประตูอย่างเร็วก็ดังขึ้นแบบรัวไม่ยั้ง


--ปึง!ๆๆๆๆ


"เปิดประตูหน่อย พี่ดองอุค ..ผมรู้นะว่าพี่อยู่ในนั้นนน"

--ปึง!ๆๆๆๆๆๆ

"ตื่นแล้วก็มาเปิดประตูหน่อยเด้ เร็วๆ"


เสียงเล็กๆนั้นยังคงตั้งใจตะโกนอย่างสุดแรงเกิดต่อไป ร่างสูงวางแหวนเงินกลับลงไปในกล่อง

เปลี่ยนมือมาจับกระบอกปืนพกที่ซุกอยู่ด้านหลังแทน 


"ชอบให้ทุบแรงๆใช้มั้ย นี่แน่ะ"



--ปึง!!--ผลั่วะ 

ประตูห้องเปิดออกพร้อมๆกับที่มันถูกปิดลงและใส่กลอนอย่างแน่นหนาโดยมีร่างกายของซึงรี

ที่เหมือนเป็นก้อนเล็กๆก้อนหนึ่งกองพับอยู่บนพรมเช็ดเท้า


จียงค่อยๆย่อตัวลงนั่งยองๆข้างสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกับกระต่ายอัลคาไลน์ --

สลบไปแล้วเหรอ?เมื่อกี้นายยังแหกปากตะโกนอยู่เลยนะ?


มือเรียวลูบๆคลำๆไปที่ท้ายทอยไล่ลงมาจนถึงเอวที่เสื้อเชิ้ตสีขาวถลกขึ้นมาเผยให้เห็นผิวสีชมพู

ใสแม้จะอยู่ในความมืด

จียงเบือนหน้าหนี งงว่าตัวเองกำลังคิดบ้าอะไรอยู่  

แต่..ผิวสวยจัง นุ่มด้วย เฮ้ย!--ไม่ไม่ แค่คิดว่า ..อืมมม




"ว้ากกกกกกกกกกกกก!!"
อยู่ๆร่างเล็กก็ลืมตาขึ้น เป็นธรรมดาที่ต้องตกใจเพราะอยู่ดีๆก็มีใคร

ไม่รู้มานั่งเบียดข้างๆแถมมือยังมาซุกอยู่ใต้เสื้อนักเรียนของเขาอีก
"นายเป็นใคร?พี่ดองอุคหายไปไหน?เมื่อกี้ทำอะไรตูวะเนี่ย?" สารพันคำถามพรั่งพรูเข้ามาในหัว

เขาหันไปมองรอบๆห้องที่ยังคงสภาพห้องของชเวดองอุคแบบเดิมยกเว้นไอ้บรรยากาศมาคุชวน

ขนลุกแบบในตอนนี้ที่มันไม่เหมือนเดิมเลยโดยสิ้นเชิง

ซึงรีพยามยามชันตัวลุกขึ้นหันกลับมามองคนแปลกหน้าเมื่อครู่แต่กลับพบว่าตัวเองกำลังประจัญ

หน้ากับปากกระบอกปืน



"ขโมย  ..อะ  อื้อออออออออ"

"เลิกร้องได้แล้ว เดี๋ยวพ่อส่งไปยมโลก" พูดเสียงแหบแห้งก่อนจะถอยออกมายืนในมุมมืดมุมหนึ่ง

โดยที่ยังไม่ละสายตาไปจากซึงรีที่ปากเล็กๆถูกปิดทับด้วยเทปกาวแน่นหนา

 

ความรู้สึกที่แล่นผ่านร่างกายของเขาเมื่อกี้มันคืออะไรกัน?

ความอบอุ่น

แววตาที่จ้องตอบกลับมาเต็มไปด้วยความตื่นกลัวและในขณะเดียวกันก็น่าหลงใหลกระทั่งเขาเอง

รู้สึกราวกับนั่นเป็นคำเชิญชวน

 

 



"หน้าตานายมันน่าแกล้งนัก"

 


"อื้ออออออออ อ่อยยยยยยย"

เสียงร้องอู้อี้ดังมาจากคนตัวเล็กที่นั่งกลัวหัวหดอยู่เบื้องหน้า จียงยิ้มสะใจใช้สายตามองทะลุทะลวง

ร่างเล็กที่ไถตัวหนีในขณะที่ใบหน้าของเขานั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด

ไอ้ขโมย! นี่มันจะขโมยแม้กระทั่งอากาศหายใจเลยหรือไง!

 

ลมหายใจอุ่นคลอเคลียอยู่ที่แก้มใสที่ตอนนี้ถูกแต้มด้วยสีจัด มือเรียวยาวจัดการดึง

เทปออกช้าๆ สำหรับซึงรีแต่ละวินาทีผ่านไปอย่างทรมานราวกับจียงกำลังใช้ปลาย

มีดกรีดเขา

 

"ปล่อย!"

"เรื่องอะไรจะปล่อย   ..รู้อะไรมั้ย? ฉันจะทำให้นายจำฉันไปจนวันตาย"

 

 

.

.

.

 

ลำคอขาวเนียนถูกบีบบังคับให้ถลาไปกระแทกประตูห้องน้ำโครมใหญ่ ตาปิดแน่น มือ

คลำสะเปะสะปะไปในความมืด กวาดเอาข้าวของที่ควรจะตั้งอยู่บนขอบอ่างล้างหน้าให้

ล้มกลิ้งลงมากระจัดกระจายราวกับคลื่นซัด สมองอื้ออึงไปด้วยแรงบีบเค้นที่มาจากมือ

ที่มองไม่เห็น เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกดูดกลืนไปกับสัมผัสหิวกระหาย เสียงหัวใจเต้นดังรัว

เร็วจนแทบจะระเบิด

ร่างเล็กรู้สึกร้อนไปทั้งตัว เหมือนร่างกายกำลังถูกเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิที่มาจากคนที่

เขาไม่รู้จัก คนที่เขาไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้า

 

เขาควรจะขัดขืน - - ตะโกนร้องให้สุดเสียง

แต่กลับไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแดงช้ำที่กำลังถูกรุกรานอย่าง

อุกอาจไร้ซึ่งความปราณี

 

และซึงรีเองที่หลงใหลไปกับรสสัมผัสนั้น  ค่อยๆจมดิ่งลงไปในอ้อมกอดของจียงโดยไม่รู้ตัว

 

แผ่นหลังเปลือยเปล่าของร่างเล็กครูดไปกับขอบอ่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

แววตาลึกลับนั่นกำลังทรมานเขา ..ริมฝีปากที่เบาราวกลีบกุหลาบและร้อนแรงราวดวง

อาทิตย์นั้นกำลังจะเผาไหม้เขาให้เป็นจุล

 

 

เขากำลังจะตาย

กำลังจะตายด้วยความทรมานที่จียงหยิบยื่นให้

 

 

 

เสี้ยววินาทีที่โลกกำลังจะหยุดหมุนและร่างกายของซึงรีนั้นแทบจะหลอมละลายอยู่ภาย

ในห้องที่ฝ้าจับหนานั้น

 

ชเวดองอุคปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตู ในมือมีปืนที่เก็บมาจากข้างพรมเช็ดเท้า

 

ปัง!

กระสุนเงินพุ่งผ่านอากาศจนเกิดเสียงลมหวีดดังก้องในหู

ร่างเล็กกรีดร้องออกมาแต่เหมือนมีคนมาปิดสวิตช์เสียงเอาไว้ขณะที่ภาพของจียงดู

เลือนลางราวกับมาจากที่ไกลแสนไกล ขาในกางเกงยีนส์สีดำพับล้มลงกองกับพื้น

เลือดสีแดงคล้ำซึมออกมาช้าๆตัดกับผิวหน้าสีขาวซีดที่รอยยิ้มจางๆปรากฏอยู่ชั่วระยะหนึ่ง

ชั่วระยะสั้นๆเหมือนภาพจากฟิล์มหนังที่ค่อยๆฉายย้อนกลับกลายเป็นภาพขาวดำ

 

ริมฝีปากบางกระซิบแผ่วเบา "ควอนจียง ..จำชื่อฉันไว้"

 

จดจำฉันเอาไว้ ..คำพูดสุดท้าย ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่จะหายวับไปในชั่วพริบตา

 

 

 

 

 

.

.

.

.

 

"ซึงรี

หงึกหงักๆๆๆๆๆ

 

"ซึงรี?!"

หงึกๆหงักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หัวกระเด้งกระดอนไปมาจากการเขย่าแรงๆที่ไหล่

ทั้งสองข้าง

 

แผ่นดินไหว

น้ำท่วมภูเขาเอเวอเรสต์

โลกกำลังจะโดนเขย่าด้วยเครื่องแอ้บโดมิไนเซอร์

 

โอ๊ยยยยอะไรวะเนี่ยยย?!

 

 

"ซึงรี ฟื้นสิ!"   เสียงพี่ดองอุค

 

ผมสะดุ้ง ลืมตาตื่น

พบภาพตัวเองกำลังนั่งอยู่ใต้อ่างล้างหน้าในห้องน้ำสีขาวของพี่ดองอุค มีใบหน้าฉงน

งงงวยของเจ้าของห้องอยู่ตรงหน้าบวกกับมือสองข้างที่จับไหล่ผมแน่น ..มิน่า เมื่อกี้

นึกว่ามีแผ่นดินไหวหรือว่าผู้ก่อการร้ายบุกซะอีก

 

"ผมหลับไปได้ไงเนี่ย?"

ขยี้หัวตัวเองก่อนจะนึกขึ้นได้รางๆถึงความฝันเมื่อครู่

 

 

..ฝันร้ายซะด้วยสิ

 

 

 

 

"พี่เข้ามาก็เห็นนายนั่งฟุบอยู่ตรงเนี้ย ..เรียกตั้งนานกว่าจะตื่น" ทั้งเรียกทั้งเขย่า ดีไม่จับ

ฟาดกับกับชักโครกให้รู้แล้วรู้รอดไป

"ผมหิวจังเลยพี่ดองอุค เราไปกินต้อกโบกกีกันนะ - - นะฮะ?"

 

"โธ่ นึกว่าอะไร ที่แท้ก็งอนไอ้แทมันมาอีกอะดิ"  โกรธกันทีไรเปนต้องมาพึ่งชเวดองอุค

คนนี้ทุกที..

 

กระจกสี่เหลี่ยมสะท้อนเงาเต็มตัวของร่างสมส่วนในชุดลำลองสีสดใสของผู้เป็นทั้งเพื่อน

ร่วมอพาร์ทเมนท์และลูกพี่ลูกน้องของพี่แทยังที่ซึงรีรู้จักมากว่าสามปีตั้งแต่เขาเข้ามาใช้

ชีวิตอยู่ในโซล..

แขนยาวในเสื้อกั้กขนสัตว์สีน้ำตาลของดองอุคสาละวนอยู่แถวปอยผมที่ปัดไปมาในขณะ

ที่ซึงรีกำลังขโยกตัวเองขึ้นมาจากพื้นและสัมผัสได้ถึงอะไรสากๆตรงผนังห้องน้ำ

 

..มันคือรูขนาดเท่าเหรียญ เว้าเข้าไปในผิวปูนสีขาวขุ่น

 

รอยกระสุนปืนขนาด.37มิลลิเมตร

 

 

 

"เออซึงรี ว่าแต่ ..นายเข้ามาในนี้ได้ยังไง?"

คำถามของดองอุคกระชากซึงรีให้พุ่งดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความกลัว

 

 

 

ถ้าหากว่ามันไม่ใช่ความฝัน

 

รอยกระสุนปืนในผนังห้องน้ำ

ความปวดร้าวที่แผ่ซ่านออกมาช้าๆบริเวณข้อมือและตามลำตัว

และ --ปึง!ๆๆๆๆ

"เปิดประตูหน่อย พี่ดองอุค ..ผมรู้นะว่าพี่อยู่ในนั้นนน"

 

เขาไม่มีกุญแจห้องพี่ดองอุค..

 

เหงื่อเย็นๆหยดหนึ่งไหลลงมาตามซอกคอของร่างเล็กที่ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ย้อนกลับ

มาชัดเจนเสียยิ่งกว่าที่มันจะเป็นเพียงภาพความฝัน ..มันไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นสิ่งที่เกิด

ขึ้นกับเขาในห้องที่ข้าวของระเนระนาดเต็มไปด้วยกองเลือดและเขม่าควันปืน ไม่นานเกิน

สิบนาทีที่ทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งร่างโชกเลือดนั้นหายไปและทิ้งไว้เพียงชื่อ ..ชื่อที่เขา

จำได้แม่นยำ

 

 

"ควอนจียง  ..คือใครฮะ?"  

 

 

เสียงเล็กนั้นไม่ร่าเริงเหมือนอย่างเคย มันสั่นน้อยๆขณะรอคอยคำตอบจากร่างกายที่ชะงัก

กึกอยู่กับที่ ภาพในกระจกที่สะท้อนกลับมาให้เห็นแววตาตื่นตระหนกของชเวดองอุกนั้นยิ่ง

ทำให้ซึงรีใจหายวาบลงไปถึงตาตุ่ม

 

 

"นายรู้ได้ยังไง?"  มือแข็งแรงเลื่อนมาจับที่ไหล่ทั้งสองของร่างเล็กที่เริ่มสั่นน้อยๆ

 

 

"เกิดอะไรขึ้นกับควอนจียง เขาเป็นใครฮะ?" 

 

 

 

 

 

***

 

 

 

 

คิดตามหลักเหตุผลแล้ว เรื่องนี้มันไม่น่าเป็นไปได้มากที่สุด ไม่น่าที่จะเกิดขึ้น ไม่น่าที่จะมี

คนเชื่อด้วยประการใดๆทั้งปวง..

แต่ตอนนี้เขามาอยู่ที่นี่ เท้าในรองเท้าผ้าใบแอร์ดังค์สีเขียวเหลืองมายืนนิ่งเหมือนโดนสต๊าฟ

อยู่ในห้องพักคนป่วยหมายเลข 68 ของโรงพยาบาลซุคยอนบนถนนหลวงสายหนึ่งในกรุงโซล

สายตาทอดมองไปยังร่างกายผ่ายผอมของบุคคลผู้ที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงภาพความฝัน

 

..ควอนจียง

 

 

ที่แก้มนั้นขาวซีดดูสะอาดต่างจากขอบตาทั้งสองที่มีรอยช้ำเหมือนอดนอนมานาน จมูกสูง

เชิดถูกครอบด้วยพลาสติกสีเขียวที่สายระโยงรยางค์เชื่อมต่อไปยังกล่องเหล็กที่วางเรียงเป็น

ตับอยู่ข้างเตียง แข่งกันส่งเสียงปิ้ปสั้นๆราวกับวงดนตรีขนาดย่อม

 

"เวลาเยี่ยมสิบนาทีนะคะ"  ผู้หญิงในเครื่องแบบผู้ช่วยพยาบาลส่งสายตายิ้มแย้มมาให้ แม้ใน

ใจจะนึกบ่นว่าเยี่ยมไปก็ไร้ประโยชน์สำหรับเจ้าชายนิทราที่มีเพียงร่างกายที่นอนแน่นิ่งเหมือน

เปลือกหอยกลวงๆไร้ความรู้สึกใดๆ

 "ครับ"

 

ร่างเล็กเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ ก้มลงพินิจใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น

 

"เป็นไปได้ยังไง? ..นายยังไม่ตายซะหน่อย"

 

 

"ใช่ ..หมอนั่นเป็นขโมย ตอนนี้นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในห้องไอซียูมาสองเดือนกว่าแล้ว

หัวกระแทกพื้นแล้วเลือดคั่งน่ะ"

"พี่ยิงเค้าด้วยปืนนี่เหรอฮะ?"

"มันหล่นอยู่ข้างประตูตอนพี่กลับมาแล้วได้ยินเสียงคนอยู่ในห้อง ..น่ากลัวชะมัด นึกว่าเป็นไอ้

พวกโรคจิตเลยยิงเปรี้ยงไปที

..เข้าแถวๆไหล่มั้ง

แต่ที่น่ากลัวก็ตอนหัวหมอนั่นกระแทกเข้าที่พื้นนั่นแล่ะ เลือดแม่งนองเต็มห้องน้ำ"

 

"นายอยากไปเยี่ยมมั้ยล่ะ ..แต่อีกไม่นานเค้าก็จะถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว- -เอ้า!เดี๋ยวดิซึงรี

จะรีบวิ่งไปไหนวะเนี่ย"

 

.

.

ซึงรีคิดถึงใบหน้าของดองอุคตอนที่เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังก่อนที่เท้าที่ไม่สามารถทนอยู่นิ่งได้อีก

ต่อไปจะพาเขาวิ่งมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้

 

"จียง ..ได้ยินฉันมั้ย?" 

 

"หวัดดี ฉันชื่ออีซึงฮยอน ..เรียกฉันว่าซึงรีก็ได้"  ร่างเล็กพูดไปเรื่อยๆ มองดูจียงที่นอนแน่นิ่ง

ไม่ไหวติง

 

ร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้จ้องมองจียงผ่านช่อดอกลิลลี่ที่เตรียมมา

ไม่รู้ทำไม แต่เขารู้สึกอายขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล แค่เห็นริมฝีปากที่เผยอออกนั้นขยับขึ้นลง

ตามจังหวะการหายใจก็ยิ่งทำให้ซึงรีหน้าแดงหนักขึ้นไปอีก

 

ร่างสูงยังคงหลับสนิท

ช่องระหว่างเสื้อคลุมของโรงพยาบาลเผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดเล็ก

ซึงรีค้อมตัวไปข้างหน้า ยื่นมือข้างหนึ่งลูบไปบนปากแผลที่หลงเหลือเพียงรอยนูนพาดผ่าน

บริเวณหน้าอก ก่อนจะเลื่อนมือเล็กไปที่ศีรษะด้านข้างที่ผ้าพันแผลขนาดเท่าฝ่ามือแปะอยู่

ระหว่างหางคิ้วกับใบหู  

 

"นายนี่มันดวงแข็งสุดๆไปเลย"   พึมพำกับตัวเองเบาๆแล้วเปลี่ยนไปสนใจดมดอกไม้ที่อยู่ใน

มือตัวเองแทนจนไม่ทันสังเกตุเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้า

 

เปลือกตาที่ปิดมานานค่อยๆลืมขึ้น

ในสายตาอ่อนแรงมีเพียงใบหน้าที่ชวนให้หลงใหลของซึงรีที่สะท้อนกลับมา   

 

 

"หน้าตานายมันก็น่าแกล้งสุดๆไปเลยเหมือนกัน" เสียงแหบแห้งกระซิบตอบมาจากหัวเตียง

 

ซึงรีสะดุ้ง เห็นจียงส่งยิ้มมุมปากมาให้ เครื่องช่วยหายใจถูกถอดทิ้งอยู่กับพื้น

เขาจะลุกหนีแต่ถูกมือแข็งแรงเอื้อมมาดึงให้ล้มลงไปบนตัวของร่างสูงแทน

 

"หวัดดี ซึงรี" 

เสียงแหบต่ำของจียงดังอยู่ข้างหู ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมร้อนๆที่มาจากเจ้าของเสียง

 

"หะ..หา?" 

"อย่าหาสิ ต้องพูดว่าอะไรนะครับ" 

 

จียงดูเหมือนคนปกติ เพียงแต่ใบหน้าดูเพลียๆ นอกจากนั้นแววตาขี้เล่นกับน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

นั่นก็ยังตามมาหลอกหลอนซึงรีเหมือนเดิม

 

 

นี่มันอะไรกัน?นายคนนนี้กำลังจะตายไม่ใช่หรือไง?

ทำไมพี่ดองอุคต้องหลอกเขาด้วย?ไม่ใช่เรื่องจริงหรอกเหรอที่พี่ดองอุคยิงขโมยจนปางตายน่ะ?

 

 "นายไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย พวกนายหลอกฉัน นายรวมหัวกับพี่ดองอุคกับพยาบาลเมื่อ

กี้กับโรงพยาบาลนี่ด้วย"  เขาพยายามสะบัดตัวออก แต่กลับถูกกอดแน่นกว่าเดิม

 

"ฉันเป็นอย่างที่นายเห็น ฉันสร้างภาพในหัวนายไม่ได้ มีแค่นาย - - แค่นายคนเดียวที่เห็นฉัน" 

จียงพูด น้ำเสียงร้อนรน

 

"หมายความว่ายังไง?" 

 

"ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายจริงๆ ฉันอยู่คนเดียวมาหกสิบสี่วัน ไม่มีใครเห็นฉัน แล้ว

ในห้องนั่น อยู่ๆนายก็โผล่มา" 

 

"นายเห็นฉันเมื่อคืน แล้วตอนนี้นายก็มาปลุกฉันให้ตื่นขึ้นจากเตียงโง่ๆนี่"

 

เขารู้ว่าซึงรีต้องมา เขารู้..  แค่เพียงได้รับสัมผัสจากคนๆนี้ แค่คนนี้เท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น

ความเย็นเยียบที่อยู่กับเขามานานมันมลายหายไปราวกับได้ลงแช่ในน้ำร้อนจัด

จียงไม่ใช่หมอไม่ใช่นักวิชาการที่จะสามารถหาคำพูดหนักแน่นมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาได้

ตอนนี้เขาเพียงเชื่อในปาฏิหาริย์

มันทำให้ร่างกายกับวิญญาณมาประสานกันอีกครั้ง ร่างกายเบาโหวงที่ถูกแยกออกจากจิตใจที่

ตายด้าน ..กลับมาอยู่ร่วมกันในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

..เพราะมันกำลังจะมีซึงรีรวมอยู่ในนั้นด้วย

 

 

 

"งั้นนายก็เป็นขโมยจริงๆเหมือนที่พี่ดองอุคเล่า"  ร่างเล็กพูด มองจียงที่ใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาด

ขึ้นมาบ้างแล้ว

"ต่อไปนี้ฉันจะเป็นอะไรก็ได้ที่นายอยากให้ฉันเป็น"  

จียงยิ้ม หลับตาสูดเอาความสดชื่นที่มีกลิ่นดอกลิลลี่จางๆลอยอบอวนอยู่ในอากาศยามเย็น

 

 

เพราะเขารู้แล้วว่าตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคืออะไร

 

 

 

"คราวนี้ฉันจะไม่แกล้งนายอีก ..นอกซะจากว่า นายจะยอม" 

จียงแสยะยิ้ม ซุกปลายจมูกเข้ากับผมนุ่มของซึงรี จากนั้นจึง... 

 

"อะ อื้ออ ไม่เอา ปล่อยนะ ใครเค้าเรียกแบบนี้ว่ายอมฮะ!!

 

...พยาบาลช่วยด้วย!!"

 

 

 

 

 

---------------------------Final Part

 

 

เดือนพฤศจิกายน หลังการสอบปลายภาค

 

สองสัปดาห์ต่อมา..

 

 

มัธยมปลายยังคงน่าเบื่อเหมือนเดิม

เลือกที่จะเป็นเด็กคนหนึ่งที่เดินตามหลังพี่แทยังอย่างซื่อสัตย์ ..เหมือนเดิม

 

แต่ผมต้องการแบบนี้จริงๆรึเปล่านะ?

ความรู้สึกเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ มันขึ้นๆลงเหมือนฟองคลื่นสีขาวที่ทอดตัวอย่าง

เกียจคร้านบนหาดทราย ไม่มีวันเข้าใจ..แม้แต่ตัวผมเองที่กำลังนั่งมองรถราที่แข่งกันปล่อย

ลำแสงสีส้มออกมาเต็มถนนจนรู้สึกเวียนหัวก็ยังไม่เข้าใจ ..ว่าทำไมถึงไม่สามารถเลิกคิดถึง

คนๆนึงได้ซักที

 

 

 

.

.

กลิ่นหอมฉุนของเนื้อที่กำลังสุกดีโชยมาจากกระทะที่ยาวพอสำหรับวงเหล้าวงหนึ่ง

แทยังในชุดกีฬาโรงเรียนสีขาวขีดดำ หันมาลูบหัวซึงรีในช่วงเวลาเสี้ยววิ แล้วหันกลับไปคุย

กับเพื่อนต่อ

"พี่แทยัง - - พี่.. "  ซึงรีสะกิด พยายามจะยื่นผักม้วนเนื้อให้แต่แทยังก็ไม่หันมา

"เฮ่อ"  ยัดผักเข้าปากตัวเองตามด้วยโซจูอีกแก้วเต็มๆก่อนจะทำหน้าเหยเก ..อารมณ์เหงาพุ่ง

ขึ้นเต็มปรี่ขณะที่มองไปรอบๆร้านเนื้อย่าง กลิ่นเหล้า ควันคละคลุ้ง เด็กชายหญิงในชุด

นักเรียนเฟลิตใส่กัน มุกตลกจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกปล่อยออกมาตามด้วยเสียงหัวเราะดังครืน 

 

..แต่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเขา

 

"ผมจะกลับแล้วนะ- -อุ๊บ!" 

ระหว่างที่หันหน้าไปทางคนรักเพื่อจะบอกลา แก้มร้อนๆก็ถูกประทับด้วยริมฝีปากอิ่มจนร้อนฉ่า

ไม่ใช่จากแทยัง - - แต่เป็นควอนจียง

 

 

ร่างกายสูงผอมย่อตัวลงระหว่างแทยังที่ยังคงนั่งหันหลัง และซึงรีที่นิ่งค้างในอยู่ท่าเดิมกระทั่ง

จียงถอนริมฝีปากออกช้าๆ ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ในขณะที่แก้มร้อนผ่าวของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่คืบ

 

..ไม่สามารถละสายตาจากกันและกันได้

 

 

สำหรับซึงรีมันเหมือนเวลาหยุดเดิน รอบๆตัวเขาคือดาวเคราะห์หลากสีที่

เคลื่อนที่ไปรอบๆโดยมีเขาและจียงเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ใครอื่น ไม่มีคนอื่น

มีเพียงเขาสองคน

 

 

 

 

 

.

.

.

"ไปจากที่นี่กันเถอะ"  จียงกระซิบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...The End...

 

 

 

 

 

 

Talk**สอบใกล้เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวจะมาปั่นอันทิลต่อ บ่นหน่อย วันนี้สอบมา ข้อเขียน รู้สึกว่าตัวเอง

กลายเป็นคนพูดจากำกวมมากกกก มากจนคิดว่าน่าจะไปเป็นนักการเมือง ..ป่อย