แจ้งโอนเงินฟิค + IF.SPECIAL EP.
posted on 21 Nov 2009 22:16 by p-iaaz*โอนเงิน จองฟิค IF<link
แจ้งปิดรับโอนเงิน วันที่ 1 ธันวาคม 2552
- เลขบัญชีและรายละเอียดการยืนยัน จะถูกส่งให้ทางอีเมลล์ของผู้จองฟิกทุกคนนะคะ
- สำหรับคนที่ยังอยากจอง ยกประโยชน์ให้ลงชื่อและโอนเงินไปเรื่อยๆจนถึง 1 ธค ถึงจะปิดรับจอง/โอน ค่ะ
- คนที่โอนมาแล้วจะเปลี่ยนชื่อเป็นตัวหนาสีฟ้า ให้ภายใน2-3 วัน
- หลังจากนี้ขออนุญาติไม่รับเมลล์จองและไม่รับการโอนเงินใดๆทั้งสิ้นค่ะและขออนุญาตตัดออกจากรายชื่อคนจองด้วยค่ะ
- ไม่มีการพิมพ์เผื่อคนที่จองแต่ยังไม่โอน และยังไม่มีกำหนดรีปริ๊นค่ะ
- เพราะฉะนั้น หากไม่มีความผิดพลาดใดๆ หนังสือจะเริ่มออกเดินทางในวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2552
- มีคำถามส่งมาทางเมลนะคะ
PREVIEW
Title: IF[ SPECIAL EP]
Cast: GDxSeungri
Genre: Romantic -happy Christmas ver.-
Author: p-iaaz
NOTE:เป็นพรีวิว จะลงเต็มๆเมื่อหนังสือถึงมือคนอ่านแล้วนะคะ
แล้วตอนนี้ก็อาจจะหวานเลี่ยนกับคุณควอนเวอชั่นจิงเกอเบล ตัดมาให้อ่านประมาณ60% (อิน้องซึงก็อิ้อ้ะมากกกกก (โอยยยน่ารัก เขียนเอง ชมเองซะงั้น)) อยากมีมั่งอยากมีแบบควอนมั่ง ฮืออออ
เพ้อเจ้อ
----------------------------------------------------------------------------------
SPECIAL EP: Bittersweet World
จียง지용
ใครจะคิด เวลาเปลี่ยนก้อนหินให้กลายเป็นปุยนุ่นได้
คืนก่อนหน้าและคืนหลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นผมเป็นคนละคน มันเป็นไปแล้ว
นี่ก็เรื่องจริง
คิมยูนฮาตัวจริงเสียงจริง นั่งเฉิดฉายอยู่บนเบาะหลังรถที่ผมเป็นคนขับ ขู่ผมด้วยน้ำเสียงแปลกแปร่งหลังจากรับปืนที่ผมโยนคืนให้ ปืนของเธอ
‘นายรู้ได้ไงว่าเป็นฉัน อันที่จริง รู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังจะไปที่ท่าเรือ?!'
เธอก้าวขึ้นรถผมมาเอง บังเอิญเหรอ ...ทุกอย่างในโลกล้วนถูกควบคุมด้วยแผนการอันซับซ้อนแยบยล ...ไม่มีหรอกคำว่าบังเอิญ
"ด้วยความช่วยเหลือจากเหล่ามหามิตร" ผมพูดติดตลก
"ฮึ งั้นก็ดี" ผมได้ยินเสียงเธอขยับกระเป๋าที่กอดแนบเอาไว้กับตัก
"ไปส่งฉันที่ท่าเรือทางเหนือ.."
"ปืนไม่มีลูก" ผมพูดช้าๆ เผื่อเธอจะได้ยินแล้วเลิกเอากระบอกปืนเปล่ามาเขย่ากึกๆอยู่ข้างหูผม
"อะไร!" เธอกระเด้งตัวขึ้นจากเบาะ
"อ้อ นายไม่กลัวตายสิใช่มั้ย นั่นสินะ ฉันก็ว่างั้นแหละ ท่าทางซังกะตายยังกับโดนแฟนทิ้ง แต่ใครจะสน มีโอกาสได้นั่งรถไปจากโซลมองวิวสองข้างทางตอนพระอาทิตย์ขึ้น เออ ต้องเปิดเพลงดังๆด้วยนะ"
เธอดีดนิ้วดังเป้าะเมื่อเสียงอินโทรเริ่มบรรเลงเอื่อยๆ
"เจ๋ง! incubus แค่นี้ฉันก็ไม่ขออะไรแล้ว"
"ก่อนตายน่ะเหรอ"
เธอไม่ตอบ
"นายนี่พิลึกดีนะ พิลึกแบบไม่คิดว่าจะมีในโลก"
"ผมจะแวะปั๊มน้ำมัน เอาอะไรมั้ย"
.
.
.
รถกลับมาอยู่บนทางหลวงอีกครั้ง
"คนเรานี่แปลก คิดว่าการแสดงความอ่อนแอเป็นเรื่องน่าอายจนมัวแต่พะวงวางมาด แต่พอได้รับความสนใจเป็นพิเศษนิดๆหน่อยๆก็กลับเชื่อ โดนหลอกซะเปื่อย" เธอพูดเมื่อเสียงฝากระป๋องน้ำอัดลมถูกเปิดออกดัง..ซู่
"หมายถึงพ่อซึงรี?"
"เอวรี่บาดี้ แม๊น" เธอจุ๊ปากเคลือบสีส้มมันวาวอย่างรำคาญ
"คุณอายุเท่าไหร่" ผมหักพวงมาลัยเลี้ยวซ้าย เธอสำลัก งึมงำตอบกลับมาเบาๆ
"งั้นก็แก่กว่าผมหกปี เมื่อหกปีที่แล้วชีวิตคุณเป็นไง?"
"ก็ไม่ได้ต่างจากตอนนี้ ที่เปลี่ยนไปก็มีแค่รอยเหี่ยวย่น!" เธอสบถกับตัวเองก่อนจะไขกระจกรถลง ปล่อยลมเย็นตีใบหน้า
"นายว่าไหมว่าเราไม่ได้ใช้ชีวิตกันจริงๆหรอก แค่ใช้เวลาให้หมดไปแค่นั้นเอง" เสียงแหบแห้งตะโกนแข่งกับเสียงลม
"ใช้เวลางั้นเหรอ?"
"จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่ต่าง ตายตอนนี้เลยก็ยังได้"
"ตอนนี้เลย?" ผมหันไปทวนซ้ำ ยูนฮาเบ้ปาก ถอดแหวนวงเบ้อเริ่มโยนออกนอกหน้าต่าง
"ใช่ พอเราติดคุกมันก็ไม่ต่างไปจากการสิ้นชีพไม่ใช่เหรอ" เธอหันมาพูดกับกระจกมองหลังด้วยแววตาประหลากพิลึก
เราทั้งคู่ก็กำลังจะไปคุกกันเดี๋ยวนี้แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง...
"..การสิ้นชีพในพจนานุกรมของผมก็คือ หายไปจากโลกนี้โดยสิ้นเชิง"
"แล้วถูกมั้ยล่ะ นายจะได้หายสมใจอยาก"
"ไม่หมดหวังขนาดนั้นหรอก"
"เอ๊ะ!? อย่าพูดโง่ๆ"
ฝุ่นฟุ้งตลบเมื่อครู่ค่อยๆหายไปเมื่อเรามาถึงทางเข้าสถานี สิงโตหินสองตัวยืนชูอุ้งตีนต้อนรับเรา หรืออีกนัยนึง นักโทษชายคดีฆาตรกรรมและนักโทษหญิง ผู้เป็นจำเลยในคดียักยอกทรัพย์หลายสิบล้านวอน
ประโยคสุดท้าย ผมถามเธอว่ารู้จักเดอะบีทเทิลส์กับพิงค์ฟลอยด์รึเปล่า?
"เจ๋ง! ฉันเกิดมาในยุคที่คนยังเก็บตังค์หยอดกระปุกเพื่อซื้อซีดี โชคดีเป็นบ้า นายรู้จักด้วยเหรอ พิงค์ฟลอยด์นะตายไปตั้งเป็นชาติแล้วนะ!"
------------------
เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ผมติดคุก ยูนฮาถูกส่งไปบำบัด
ไม่มีอะไรซับซ้อน
1 ปี ต่อมา วันที่ 12 พฤษภาคม
วันนี้เป็นวันที่ผมถูกปล่อยตัว
..."There's something about the look
in your eyes
something I noticed when the light was just right
It reminded me twice that I was alive
and it reminded me that you're so worth the fight"...
"ร้องเพลงอะไรของแกวะ?" เมทผม ชะโงกหน้าลงมาจากเตียงชั้นบน
"incubus ไง ไม่รู้จักเรอะ"
มันเบ้ปาก กลอกตาไปมา
เสียงผู้คุมยัดลูกกุญแจเข้าไปในรู ราวเหล็กกับโซ่ครูดกันเบาๆ
ผมรีบเก็บซองจดหมายทั้งหมดกลับเข้ากล่อง ...จดหมายจากจีซุน 'ซึงรีเข้ามหาลัยแล้วนะ เครื่องแบบเท่ระเบิดไปเลย..' ‘ทายซิใครได้ทุนของยูซี..' ‘เขาทำได้!ๆๆ' ‘กลับมาเร็วๆ มีคนๆนึงจะคลั่งตายอยู่แล้ว -คิดถึงนาย' น้าฮารุ ‘จียงอา นายกับซึงรีเป็นอะไรกัน?'
ผู้คุมเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังผม ‘ได้เวลาปล่อยตัวแล้ว'
ผมหันไปพยักหน้าเบาๆ
เมทผมกระโดดลงมาจากเตียงชั้นบน
"มีอะไร จ้องฉันทำไม" ผมหันไปดึงความสนใจจากคนที่เอาแต่ยืนกอดอกนิ่งเงียบ
"ฉันแค่รู้สึกว่าบางอย่างในตัวแกเปลี่ยนไป รู้ปะ" เขาตอบกลับมา ยกมือทำท่ายอมแพ้
"ยังกะคนกำลังมีความรัก"
มันพูดเยาะๆ เกาคางที่เริ่มมีไรหนวดสีเขียวอ่อน
"ระวังจะเป็น'รักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง' น้ำท่วมไม่ถึง ออกแนวข้าวเหนียวที่นึ่งไม่สุก"
"ขอบใจที่เตือน" ผมกลั้นหัวเราะ
"แล้วก็หน้าน่ะ บานเป็นกระด้งแล้ว เก็บอาการหน่อยเพื่อน"
รูปซึงรีบนผนังถูกดึงออก ยัดใส่มือผม รู้ตัวอีกทีก็โดนลากไปกอดแน่นจนแทบกระอัก ‘แล้วทีนี้ฉันจะคุยกะใคร ฮือ...'
"ปล่อยได้แล้ว ไอ่เวรเอ๊ย"
"ฮ่าๆๆ...แล้วเจอกัน"
เจ้าหน้าที่อีกคนเดินเอากระเป๋ามาส่งให้ ผมผละออกจากมัน ตบไหล่ผอมแห้งนั่นไปสองทีก่อนจะออกเดินมาตามทางแคบๆที่มีแสงสว่างส่องรำไรที่ปลายทาง
ซึงรีทำหน้าทะเล้นจ้องตอบผมกลับมาในรูปถ่ายโพลารอยด์
It reminded me twice that I was alive
ดวงตาสีดำขลับ ..ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน
------------------
"จียง! หยุด--เดี๋ยวนี้นะ นายบอกเองว่ารอก่อน รอจนซึงรีเรียนจบก่อนไง .........โอ๊ย!! ไม่รู้ด้วยแล้ว นายแค่ให้ฉันคอยเบรก ฉันไม่ได้อยากยุ่งซะหน่อย! ............ไม่ต้องมาทำท่าแบบนั้นเลย นายไปนั่งเสนอหน้าในห้องประชุมทำไม ไหนบอกจะไม่ไปไง!"
"เงียบน่า" ผมส่งยิ้มให้เธอ ก้มลงหยิบกุญแจรถ
"แล้วนั่นจะไปไหน เรื่องที่นายลวนลามซึงรีถึงห้องน่ะ! ฉันยังไม่ได้คิดบัญชี"
"ผมยอมแล้ว ยอมแล้วๆๆ จีซุน ก็เด็กนั่นมันอยากมาทำหน้าตาน่ารักก่อนทำไม"
"หา"
"..บ้าจัง"
"นายน่ะสิบ้า ไปให้พ้นเลย" ในที่สุดเธอก็เลิกกระทืบเท้า พลิกตัวไปอีกด้าน ใบหน้าแดงก่ำระหว่างหันมาพูดกับผมด้วยเสียงอันดัง
"ย่ะ ...รอมาสามปี อย่าทำพังก็แล้วกัน"
.
.
.
ผมนั่งจ้องซึงรีจนเขาอดรนทนไม่ไหว ถามผมขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนสีจางๆ
"อะไรเหรอ?"
"อะไรเล่า..." ผมเกาหัว อดที่จะไม่ยิ้มไม่ได้
ลุกจากเก้าอี้บุนวมที่ตั้งอยู่ตรงมุมด้านหนึ่งของห้องไปนั่งแหมะลงข้างซึงรี เตียงยวบไปเล็กน้อยตอนที่เขาพยายามเขยิบเว้นที่ว่างให้ผมทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลยซักนิดเดียว
"หนาวรึเปล่า?" ผมค่อยๆเบียดตัวเข้าหาซึงรี ตลบผ้าหุ่มขึ้นคลุมเราไว้
"ฮะ" ซึงรีตอบช้าๆ ซุกตัวเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นแชมพู
"ยิ้มอาไร"
เขาเงยหน้ามองผมพลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยป้ายพลาสติกบนโต๊ะหัวเตียงเล่น ‘ควอนจียง : กรรมการบริหาร' มันเลื่อนไปชนป้ายอีกอันเบาๆดังกริ้ก ‘อีซึงฮยอน : สถาปนิก'
"เปล่า นอนเหอะ ดึกแล้ว" ผมพูด
ซึงรีลุกขึ้นลากชายผ้าห่มหนักๆข้างเตียงมาวางพาดทับตัวผม ไอ้เด็กบ้า สงสัยกะจะให้ผมขาดอากาศหายใจตาย
"อือ ...อ๊ะ!" เขาเผลอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ผมเลยชิงตะปบเอวเขากดลงกับเตียง เตียงฟองน้ำ? มันยุบแล้วก็ยวบไปมาอย่างกับคลื่นน้ำจนทำเอาเรากลิ้งโคลงเคลง ผมเลยยิ่งต้องกอดเอวเล็กๆนั่นแน่นขึ้นอีก ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นนะ สถานการณ์มันพาไปจริงๆ
"ราตรีสวัสดิ์" ผมพูดใส่หูคนที่เอาแต่ดิ้นขลุกขลิกอยู่ในอ้อมอก เขายังไม่หยุด ผมเลยแถมขาเกี่ยวกระหวัดแน่นๆไปจนซึงรีครางหงิงออกมาเบาๆ
นุ่มชะมัดเลย
"เตียงตั้งกว้าง นอนกินที่ชิบเป๋ง" ซึงรีตวาดเสียงอ่อย ดันตัวออกจากผมแล้วก้าวขาคร่อมผ่านเหมือนตั้งใจจะกลิ้งไปอีกด้าน
"จะไปไหน?" ผมรีบจับข้อมือเขาเอาไว้ มองซึงรีจากด้านล่าง จมูกของเขาเป็นสีแดง
"ปล่อยนะ" ร่างเล็กฮึดฮัด เงียบไปหลายวินาที
"...ไม่งั้น ผมไล่กลับห้องจริงๆด้วย"
"ใจร้ายจัง" ผมว่า เลื่อนมือไปที่แผ่นหลังของซึงรี จากนั้นจึงไล่ต่ำลงไปที่เอว
"ทะลึ่ง" เขาสะดุ้ง โวยวายเสียงดังจนหล่นตุบลงมาอยู่ข้างๆผมที่พลิกตัวไปกอดเอวเขาแน่น แก้มแนบแก้มร้อนจี๋ของซึงรีที่เปลี่ยนไปขึ้นสีจัดอีกครั้ง
"มานี่มา"
ผมใช้แขนข้างที่ไม่ได้กอดซึงรีเอื้อมไปปิดโคมไฟหัวเตียง แสงระยิบระยับจางๆจากถนนลอดผ่านผ้าม่านลงกระทบผนังด้านหน้าซึงรี เขาเงียบไปกับภาพนั้น คลายฝ่ามือที่บีบแขนผมออกช้าๆ
"หลับซะนะ"
ผมพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ฉีกยิ้มกว้างออกมาเมื่อลูบมือไปบนเส้นผมนุ่มลื่นของซึงรี เขานอนนิ่งไม่ขัดขืน ถอนลมหายใจออกมาเบาๆระหว่างที่ปล่อยให้ผมค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูแล้วประทับริมฝีปากลงบนนั้นช้าๆ ผมเลื่อนมือไปที่พวงแก้ม ระนิ้วไปบนผิวนุ่มลื่นมือเหมือนผ้าไหม ก่อนจะรวบคางเขาเอาไว้ด้วยปลายนิ้ว ก้มลงใกล้ขึ้นอีกจนลมหายใจอุ่นปะทะลงบนซอกคอของร่างเล็ก และพบว่าเขากำลังหลับตาปี๋
ปากสีชมพูเม้มเข้าหากันแน่น
"ซึงรี" ผมเรียกเขาเบาๆซ้ำๆ
"นอนแล้วหรอ..." ก้มลงพูดใกล้กว่าเดิม แต่อีกคนกลับยกมือขึ้นปิดหู ผมผงะออก กลั้นหัวเราะ ค่อยๆกลับไปแกะนิ้วเขาออกทีละนิ้ว
"นิ้วเล็กจัง .............น่ารักดี"
ยังไม่ยอมหันมาแฮะ
"ซึงรีอา...หนาวจังเลย ได้ยินเปล่า?" ผมนอนเท้าแขน สะกิดไหล่ซึงรี
"ห..ฮะ" เขาตอบกลับมาเบาๆ เลื่อนผ้าห่มมาทางฝั่งผมโดยที่ยังหันหน้าเข้าหากำแพง เลื่อนมาเรื่อยๆจนเขาเองแทบจะไม่มีอะไรห่มตัว ผมกลั้นหัวเราะอีกครั้ง มองไหล่เล็กๆที่เริ่มห่อเข้าหากันเพราะความหนาวเย็น
"โง่จริง" ผมเอื้อมไปแตะไหล่ แต่ถูกปัดออก
"ไอ้บ้า" ซึงรีตะโกนกลับมารวดเร็ว
นายสิบ้า เอ๊ะหรือผมที่บ้า ยิ้มอยู่ได้คนเดียวไม่ยอมหยุด มีความสุขอะไรกันนักกันหนาวะควอนจียง แค่หุบยิ้มยังทำไม่ได้เลย
"ราตรีสวัสดิ์ซึงรี" ...ผมบอกเขาไปรึยัง?
"อยากบอกทุกคืนเลย ต่อไปนี้นายจะได้ยินมันทุกคืน"
ผมจะกอดเขาเอาไว้แนบตัวแบบนี้ทุกคืน
"ฟังไว้นะ ถึงแม้ว่านายจะงี่เง่าทำเป็นหวงเนื้อตัวแค่ไหน ฉันก็จะกอดนาย จะยิ่งกอดแน่นๆแล้วจับไหล่นายไว้เบาๆระหว่างที่ฉันค่อยๆขยับเข้าไปจนชิดแผ่นหลังเล็กๆของนาย สูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอของนายแบบนี้ นายหนีไม่พ้นหรอกซึงรี" อย่าคิดว่าทำเสียงหงุงหงิงแบบนั้นแล้วฉันจะเลิกจูบนาย ฝันไปเหอะ
"อ๊า พอแล้ว.....พี่จียง พี่จี!" ร่างเล็กพลิกตัวมาทางผม ยันฝ่ามือเข้ากับหน้าอก
ปฏิกิริยาเคมีในตัวผมพลุ่งพล่านพอๆกับบรรยากาศแปลกๆที่ลอยอยู่ตรงหน้าเราเลยอะ
มีอะไร? เรานิ่งจ้องกันในความมืด
"ฮยอง......" ซึงรีมองผมตาใสแป๋ว
"หืม" ผมลูบมือผ่านต้นขาด้านใน คลำหากระดุมกางเกงของร่างเล็กที่ร้องออกมา
"ง๊า" เขากุมมือผม พยายามดึงมันออกจากส่วนอ่อนไหว
"ฮือ.." เขาคราง
"ไม่เอาน่า" อย่าดิ้นน้า ผมจับท้ายทอยซึงรีเข้ามาฝังริมฝีปากลงไป
ความอบอุ่นไหลวูบผ่านเหมือนรสหวานในไส้สีขาวของช็อคโกแลตคริสต์มาสที่เราละเลียดกินมันช้าๆ จนกระทั่งความหวานหยดสุดท้ายละลายหายไป ประคองลมหายใจฟังเสียงหิมะตกกระทบหน้าต่างในระหว่างที่ผมได้แต่สงสัยว่าซานตาคลอสจะมาเยี่ยมเราในคืนนี้รึเปล่า?
คุณซานตา ถ้าหากว่าได้ยินผม ...ได้โปรดอย่าเพิ่งโผล่มาตอนนี้เพราะคนที่จะตกใจแล้วก็ช๊อคไปเลยนะคงเป็นคุณแน่ๆ คุณคงไม่อยากเห็นภาพผมกำลังปล้ำถอดกางเกงซึงรีหรอกใช่มั้ย?
อย่างน้อยผมก็อยากเก็บมันไว้ดูคนเดียว
หมายถึงหน้าซึงรีตอนที่รู้ว่ากำลังจะสูญเสียสวัสดิภาพทางร่างกายให้กับผมน่ะนะ
"นายเป็นของขวัญคริสต์มาสที่ดีที่สุดที่ฉันเคยได้รับ"
ผมถอนปากออก
แหวกคอเสื้อ ก้มลงจูบแนวไหล่ของเขาเบาๆอย่างห้ามใจไม่อยู่ ‘อยากได้ไรมั้ย ...แบบว่าแลกเปลี่ยนกัน' ผมกระซิบถามซึงรี แอบหวั่นใจเล็กๆว่าเขาจะตอบมาว่า 'ให้เลิกยุ่งกับผม' หรืออะไรทำนองนั้น แต่เขากลับดันตัวผมออก ส่งยิ้มเขินๆก่อนจะดึงผมไปหอมแก้มดังฟอด
"ผมไม่อยากได้อะไร" เขาพูดเบาๆ
ผมคาแก้มตัวเองไว้กับหน้าซึงรีแบบนั้นนานหลายนาทีเพราะคิดว่าโอกาสหายากแบบนี้คงจะไม่มีมาเยือนอีกแล้วในชีวิต ผมอยู่ในสวรรค์ ล่องลอยไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้วตอนนี้
"จริงเหรอ?"
ผมละออกจากแก้มซึงรีเชื่องช้ายิ่งกว่ากดปุ่มสโลว์โมชัน ก่อนจะขยับเปลี่ยนมาเป็นที่ริมฝีปากแดงสวย
"อือ"
ที่ผมได้ยินเขาพูดออกมาน่ะคือ อือ แต่ทำไมสมองถึงจินตนาการภาพริมฝีปากเล็กที่ยู่เข้าหากันของซึงรีพูดออกมาเป็นคำว่า ‘รัก' ไปได้?
"พี่ก็รักนาย" เสียงผม
"ไอ้บ้า" เสียงซึงรี ก่อนจะถูกประกบปากเนิ่นนาน นานเท่าที่คนสองคนจะใช้เวลาเกือบสิบนาทีอยู่กับอะไรบางอย่างที่เรียกว่า ..ใจเต้นรัว ..สมองขาวโพลน ...มือไม้คลำสะเปะสะปะ ...ลิ้น ...เปียกชื้น ...ผมต้องการเขา ....ต้องการทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขา
"ถอดเสื้อนายออก" และ ‘ไอ้บ้า อีกครั้ง' แล้วก็ "พี่จียง" ‘หืมม' ผมไม่ต้องการผ้าห่ม ถุงเท้าของซึงรีหลุดลงไปกองอยู่บนพื้นเหมือนกางเกงของเขา ตามด้วยคาร์ดิแกนตัวในของผมเอง
ซึงรีหายใจหอบเสียงดัง มือบิดผ้าปูที่นอนจนยับ
"..ผมเจ็บ" เสียงเล็กทำใจผมเต้นรัว อ้อนวอนพระเจ้าให้ประทานความอ่อนโยนมาให้ร่างเล็กน้อยลงหน่อยเพราะผมกำลังจะตายเพราะต้องการทำร้ายเขา
"จะ.. ค่อยๆทำนะ" ผมก้มลงแนบริมฝีปากกับใบหูของซึงรี
----------------------------------------------------------------------------------2bCon.
